20 มี.ค. 2569

RFI - RFQ - RFP พลิกกลยุทธ์งานจัดซื้อให้มีประสิทธิภาพระดับสากล

การเลือกใช้เครื่องมือให้ถูกสถานการณ์จะช่วยประหยัดเวลาและได้คู่ค้าที่ตรงใจ


กระบวนจัดหาที่หลายคนคุ้นเคยคือการขอใบเสนอราคา (Request for Quotation หรือ RFQ) แต่ทั้งนี้ การเลือกผู้จัดจำหน่าย (Supplier) ไม่ได้วัดกันที่ "ราคา" เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่คือการบริหารความเสี่ยงและการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจที่ยั่งยืน ในบทความนี้ PPSC จะพานักจัดซื้อทุกท่านไปรู้จักเครื่องมือเพิ่มเติมที่จะช่วยให้การทำงานมีความเป็นมืออาชีพและโปร่งใสยิ่งขึ้น

ทำความรู้จัก 3 เครื่องมือหลักของจัดซื้อเชิงรุก

1.RFI (Request for Information)

เป็นขั้นตอนแรกในกระบวนการคัดเลือกผู้จำหน่าย เพื่อรวบรวมข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับความสามารถ สินค้า หรือบริการของผู้ขายที่มีแนวโน้มจะเป็นไปได้ และถือเป็นโอกาสที่ผู้ขายจะได้สำรวจเบื้องต้นว่าคำขอนั้นเหมาะสมกับธุรกิจของตนด้วยหรือไม่ มักเลือกใช้เมื่อต้องการเฟ้นหาผู้ขายรายใหม่ ประเมินความเหมาะสม ลดความเสี่ยงในการจัดซื้อ เป็นต้น
จุดเด่น : ลดความเสี่ยงในการคัดเลือกผู้ขายตั้งแต่แรก


2. RFP (Request for Proposal)
มักใช้ในโครงการที่ซับซ้อน ใช้งบประมาณเยอะ และต้องการเวลาในการดำเนินงาน อาจเป็นการมองหาโซลูชั่นใหม่ โดยกระบวนการมีความใกล้เคียงกับ RFI แต่ลงรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับงบประมาณที่ใช้ และทรัพยากรที่ต้องการ
จุดเด่น : ช่วยให้บริษัทเห็นภาพรวมของความคุ้มค่า (Value for Money) มากกว่าราคาต่อหน่วย

3. RFQ (Request fo Quotation)
เป็นขั้นตอนเพื่อเปรียบเทียบราคาและคัดเลือกผู้จำหน่ายสุดท้าย ซึ่งอาจผ่านขั้นตอน RFI หรือ RFP มาก่อนหรือไม่ก็ได้ แต่โดยทั่วไปแล้ว RFQ จะใช้เมื่อการซื้อสินค้าหรือบริการนั้นไม่ได้มีความเป็นกลยุทธ์ แต่จะได้ผลดีเมื่อบริษัทรู้ชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องการอะไร
จุดเด่น : สร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในการจัดซื้อจัดจ้าง

 

ประเด็นสำคัญ

  • RFI (Request for Information) คือขั้นตอนแรกในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อรวบรวมรายละเอียดทั่วไปเกี่ยวกับผู้ขาย ชี้แจงข้อกำหนด และประเมินความเหมาะสม

  • RFP (Request for Proposal) คือเอกสารที่นำเสนอโครงการและขอให้ผู้ขายเสนอรายละเอียดโซลูชันอย่างครบถ้วน รวมถึงกรอบเวลา ค่าใช้จ่าย และทรัพยากรที่ใช้

  • RFQ (Request for Quote) คือเอกสารที่ขอราคาอย่างละเอียดเพื่อเปรียบเทียบและคัดเลือกผู้ขายขั้นสุดท้าย และมักมีผลผูกพันทางกฎหมายเมื่อลงนามแล้ว

  • ความแตกต่างระหว่าง RFI กับ RFP อยู่ที่รายละเอียด—RFI จะขอข้อมูลทั่วไป ในขณะที่ RFP ต้องการโซลูชันที่เฉพาะเจาะจงและมุ่งเน้นไปที่โครงการ บางบริษัทมักใช้ทั้งสองอย่าง: RFI สำหรับการคัดกรองเบื้องต้น และ RFP เพื่อประเมินข้อเสนอ

ที่มา

RFI vs. RFQ vs. RFP: Which Does Your Company Need?
A Contractor’s Guide to Understanding RFI, RFP, and RFQ